วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

My profil




               


My profile

          

My name is Monthathong  Sawangsri .  

My nickname is May.

I am 13.I was bron on the 29 of august 2001.
I live in 173/1 m.5  Nongpaknak  Samchuk Suphanburi.
Now  I am study at Kanchanapisekwittayalai Suphanburi School.
I go to school by van. I go to school at 6:15 am. 


My favourite color is green.

My favourite food is Tom yum.

My favourite animal is cat. 
My favourite music is กระต่ายอ้อนจันทร์.
My hobbit is listen to music.
I like movie is  Percy Jackson ,Harry Potter  and Hercules .
My favourite star is Mark Parin Suparat , Kim Kimberry 
นี่คือทางจากบ้านของฉันมาโรงเรียน

นี่คือทางจากบ้านของฉันมาโรงเรียน



                                 




                  


   
   ื   


วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557

โน๊ตบุ๊ค

ชม 10 อันดับ อัลตร้าบุ๊ค ดีที่สุดแห่งปี 2012


ชม 10 อันดับ อัลตร้าบุ๊ค ดีที่สุดแห่งปี 2012

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก acer.caapple.com asus.comdell.comfacebook HP UK,facebook Lenovosamsung.comuk.computers.toshiba-europe.com

          สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คตัวใหม่เอาไว้ใช้งาน แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรซื้อรุ่นไหนดี ถึงจะเหมาะกับการใช้งานของตัวเอง ซึ่งในขณะนี้กระแสของ "อัลตร้าบุ๊ค" (Ultrabook) กำลังเป็นที่กล่าวถึงอย่างมาก ทั้งในเรื่องของความสวยงาม ดีไซน์ รวมทั้งมีน้ำหนักที่เบา แต่ยังคงไว้ซึ่งความสามารถในการทำงานได้เหมือนกับโน๊ตบุ๊คทั่ว ๆ ไป ซึ่งในวันนี้กระปุกดอทคอมได้นำข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเจ้าอัลตร้าบุ๊คดีที่สุดแห่งปี 2012 จากเว็บไซต์ reghardware มาฝากกัน

ชม 10 อันดับ อัลตร้าบุ๊ค ดีที่สุดแห่งปี 2012
 1. Acer Aspire S3-951

          ไม่น่าเชื่อว่า "เอเซอร์" จะปาดหน้าคว้าชัยในการเป็นอัลตร้าบุ๊คดีที่สุดในปีนี้มาครองเหนือ แม็คบุ๊ค จากแอปเปิ้ลได้สำเร็จ แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าทางเอเซอร์ก็มีการพัฒนาความสามารถและความทันสมัยของอัลตร้าบุ๊คมาอย่างต่อเนื่อง โดย Acer Aspire S3-951 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว แสดงผลระดับ HD, โพรเซสเซอร์ 1.6 GHz Core i5, 4GB Ram และมีฮาร์ดดิสให้ถึง 320GB เลยทีเดียว 

ชม 10 อันดับ อัลตร้าบุ๊ค ดีที่สุดแห่งปี 2012

 2. Apple MacBook Air 13in

          แม้จะพลาดอันดับหนึ่งไป แต่แอปเปิ้ลก็ยังคงมีกระแสแรงตามมาติด ๆ ซึ่ง Apple MacBook Air 13 inch รุ่นนี้ นอกจากจะมีรูปทรงสวยเก๋แล้ว ตัวเครื่องยังบางและมีน้ำหนักเบาเพียง 1.35 กิโลกรัม ซึ่งมากับโพรเซสเซอร์ 1.7GHz Core i5 CPU, 4GB RAM และมีสโตเรจให้เก็บข้อมูลได้ 128GB SSD นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีช่อง SD card slot และช่อง Thunderbolt port ให้อีกด้วย

ชม 10 อันดับ อัลตร้าบุ๊ค ดีที่สุดแห่งปี 2012

 3. Asus ZenBook UX31E

          แอสซุส ก็ไม่ยอมน้อยหน้าค่ายอื่น ๆ โดยนำเสนอ ZenBook UX31E แข่งกันในตลาดอัลตร้าบุ๊คเช่นกัน ซึ่งมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป แม้ดีไซน์จะดูเรียบ ๆ แต่ระบบในตัวเครื่องก็ไม่ธรรมดาเหมือนหน้าตา เพราะมีโพรเซสเซอร์ 1.8GHz Core i7, 4GB RAM สโตเรจอีก 128GB SSD รวมทั้งมี USB 2 และ USB 3 ports, micro HDMI และ mini-VGA ในตัว

ชม 10 อันดับ อัลตร้าบุ๊ค ดีที่สุดแห่งปี 2012
 4. Apple MacBook Air 11in

          Apple MacBook Air ขนาดหน้าจอ 11 นิ้ว ก็ตามมาอยู่ในอันดับ 4 ของอัลตร้าบุ๊คดีที่สุดในปีนี้อีกรุ่นหนึ่ง แม้จะมีขนาดหน้าจอที่เล็กลงมานิดนึง แต่จุดเด่นของมันก็อยู่ที่น้ำหนักที่เบาลงด้วยเช่นกัน โดยมีน้ำหนักแค่ 1.08 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งรุ่นล่าสุดนั้นเป็นโพรเซสเซอร์ 1.6GHz Core i5, 2GB RAM และสโตเรจให้เก็บข้อมูลอีก 64GB SSD

ชม 10 อันดับ อัลตร้าบุ๊ค ดีที่สุดแห่งปี 2012

 5. Asus ZenBook UX21E

          Asus ZenBook UX21E ตัวนี้ ตั้งใจท้าชนกับ MacBook Air 11in อย่างเต็มตัว ด้วยราคาที่ใกล้เคียงกัน น้ำหนักเครื่องและหน้าจอเท่ากัน และเป็น Core i5 เหมือนกัน แต่ UX21E กลับมีตัวเก็บข้อมูลที่มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือ 4GB RAM และ 128GB SSD นอกจากนี้ยังมีพอร์ทและคอนเน็คเตอร์ส เหมือนกับรุ่น UX31E เป๊ะ ๆ เลยทีเดียว

ชม 10 อันดับ อัลตร้าบุ๊ค ดีที่สุดแห่งปี 2012

 6. Dell XPS 13

          แม้จะออกตัวช้ากว่ายี่ห้ออื่น ๆ แต่ในที่สุด เดล ก็ปล่อย Dell XPS 13 ออกมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว โดยมีคุณสมบัติเด่นที่เป็น 1.7GHz Core i7 มาพร้อมกับ 4GB RAM และสโตเรจอีก 256GB SSD ส่วนหน้าจอมีการแสดงผลแบบ HD ด้วยขนาด 13.3 นิ้ว นับว่าเป็นอัลตร้าบุ๊คที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่งจริง ๆ

ชม 10 อันดับ อัลตร้าบุ๊ค ดีที่สุดแห่งปี 2012

 7. HP Envy 14 Spectre

          ทางด้าน เอชพี ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ส่ง Envy 14 Spectre ออกมาประชันในตลาดอัลตร้าบุ๊คอีกรุ่นหนึ่ง โดยเครื่องรุ่นนี้มีหน้าจอที่คมชัดและมีขนาดใหญ่ถึง 14 นิ้ว หนา 22 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 1.8 กิโลกรัม ซึ่งเป็นโพรเซสเซอร์ 1.6GHz Core i5, 4GB RAM และสโตเรจ 128GB SSD นอกจากนี้ยังมี USB 2 และ USB 3, HDMI และ DisplayPort interfaces มาในตัวเครื่องอีกด้วย

ชม 10 อันดับ อัลตร้าบุ๊ค ดีที่สุดแห่งปี 2012
          
 8. Lenovo IdeaPad U300s

          สำหรับอัลตร้าบุ๊คจาก Lenovo รุ่น IdeaPad U300s ขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้วตัวนี้ นอกจากจะมีดีไซน์เครื่องที่สุดล้ำนำสมัยแล้ว ยังจัดเต็มกับสเป็คเครื่อง 1.8GHz Core i7, 4GB RAM และสโตเรจเก็บข้อมูลอีกถึง 256GB SSD เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับการรอคอยของแฟน ๆ เลโนว่าอย่างแท้จริง

ชม 10 อันดับ อัลตร้าบุ๊ค ดีที่สุดแห่งปี 2012

 9. Samsung Series 5 NP530U3B 13in

          อัลตร้าบุ๊คของซัมซุงรุ่น Series 5 NP530U3B 13in เป็นที่น่าจับตามองอยู่ไม่น้อยสำหรับผู้ที่มองหาเครื่องที่มีหน่วยความจำเยอะ ๆ ไว้ใช้งาน ด้วยหน้าจอขนาด 13 นิ้ว แสดงผลแบบ HD มาพร้อมกับโพรเซสเซอร์ 1.6GHz Core i5, 4GB RAM แถมจัดหนักกับฮาร์ดดิสขนาด 500 GB และตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียง 1.39 กิโลกรัม 

ชม 10 อันดับ อัลตร้าบุ๊ค ดีที่สุดแห่งปี 2012

 10. Toshiba Portégé Z830-10N

          ปิดท้ายกับ Toshiba Portégé Z830-10N ที่มีหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว น้ำหนัก 1.12 กิโลกรัม มาพร้อมกับช่องยูเอสบี Gigabit Ethernet, HDMI, mini-VGA และยังมี SD card reader ให้ด้วย นอกจากนี้ยังมีหน่วยความจำเครื่อง 4GB RAM และสโตเรจอีก 128GB SSD แต่น่าเสียดายที่ยังเป็นโพรเซสเซอร์  1.4GHz Core i3 เท่านั้น เมื่อเทียบกับราคาแล้วถือว่าค่อนข้างแพงอยู่เหมือนกัน

สุดยอด! 11 ภาพถ่ายท่องเที่ยวยอดเยี่ยมจาก NATIONAL GEOGRAPHIC 2014

Advertisement
มีมาฝากให้ได้รับชมกันอีกแล้วครับสำหรับภาพสวยๆจากทั่วทุกมุมโลกของเราในวันนี้ นานๆ ทีจะมีภาพมาฝากกันก็ต้องหยิบเอาภาพที่ไม่ธรรมดามาฝากกันอยู่แล้วครับ บางบภาพนั้นต้องบอกว่ามันสะท้อนถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ส่วนบางภาพนั้นก็สะท้อนให้เห็นถึงพลังของธรรมชาติที่ดูเหมือนว่าจะยิ่งใหญ่เสมอ ชุดภาพที่เรานำมาฝากกันในวันนี้มาจาก National Geographic ซึ่งเป็นภาพที่ได้รับการคัดเลือกมาทั้งหมด 11 ภาพครับประจำปี 2014
ชุดภาพทั้ง 11 ภาพนี้มาจากภาพถ่ายของผู้คนจากทั่วโลกที่ส่งเข้ามาประกวดมากกว่า 1.8 หมื่นภาพเลยทีเดียวโดยภาพที่ชนะการประกวดในครั้งนี้ผู้ที่ส่งเข้าประกวดจะได้ไปตลุยอลาสก้า 8 วันด้วยกันกับทีมงานของ National Geographic ครับ
อย่างที่บอกไปแล้วว่าต่ละภาพที่ด้รับารคัดสรรมาทั้ง 11 ภาพที่ทุกท่านจะได้ชมกันต่อไปนี้ให้ความรู้สึกที่สุดยอด สมกับเป็นภาพถ่ายท่องเที่ยวยอดเยี่ยมจาก National Geographic ประจำปี 2014 จริงๆ ไปชมกันเลยครับจะมีภาพอะไรบ้าง
เริ่มต้นกันที่รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 The Independence Day ผู้ถ่ายภาพนี้คือ Marko Korošec สถานที่ Julesburg, Colorado, USA
สุดยอด-11-ภาพถ่ายท่องเที่ยวยอดเยี่ยมจาก-national-geographic-2014
รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 Mea Shearim, Jerusalem, Israel ผู้ถ่ายภาพนี้คือ Agnieszka Traczewska สถานที่ Mea Shearim, Jerusalem, Israel
สุดยอด-11-ภาพถ่ายท่องเที่ยวยอดเยี่ยมจาก-national-geographic-2014
รองชนะเลิศอันดับ 2 Diver in Magic Kingdom ผู้ถ่ายภาพนี้คือ Marc Henauer สถานที่ Grüner See at Tragöss, Austria
สุดยอด-11-ภาพถ่ายท่องเที่ยวยอดเยี่ยมจาก-national-geographic-2014
รางวัลภาพถ่ายยอดเยี่ยม Light Source ผู้ถ่ายภาพนี้คือ Marcelo Castro สถานที่: Old Bagan, Burma
สุดยอด-11-ภาพถ่ายท่องเที่ยวยอดเยี่ยมจาก-national-geographic-2014
รางวัลภาพถ่ายยอดเยี่ยม End of the World ผู้ถ่ายภาพนี้คือ sean hacker teper สถานที่: Banos, Ecuador
สุดยอด-11-ภาพถ่ายท่องเที่ยวยอดเยี่ยมจาก-national-geographic-2014
รางวัลภาพถ่ายยอดเยี่ยม A Well Earned Rest in the Sahara ผู้ถ่ายภาพนี้คือ Evan Cole สถานที่: Summit of Tin-Merzouga, Tadrat, Tassili N’Ajjer National Park, Algeria
สุดยอด-11-ภาพถ่ายท่องเที่ยวยอดเยี่ยมจาก-national-geographic-2014
รางวัลภาพถ่ายยอดเยี่ยม Divine Makeover ผู้ถ่ายภาพนี้คือ Mahesh Balasubramanian สถานที่: Kaveripattinam, Tamilnadu, India
สุดยอด-11-ภาพถ่ายท่องเที่ยวยอดเยี่ยมจาก-national-geographic-2014
รางวัลภาพถ่ายยอดเยี่ยม Ladies in Waiting ผู้ถ่ายภาพนี้คือ Susie Stern สถานที่: Burough Market, London, England
สุดยอด-11-ภาพถ่ายท่องเที่ยวยอดเยี่ยมจาก-national-geographic-2014
รางวัลภาพถ่ายยอดเยี่ยม Foggy, Small Town ผู้ถ่ายภาพนี้คือ Duowen Chen สถานที่: Český Krumlov, South Bohemian, Czech Republic
สุดยอด-11-ภาพถ่ายท่องเที่ยวยอดเยี่ยมจาก-national-geographic-2014
รางวัลภาพถ่ายยอดเยี่ยม Khotso Peace ผู้ถ่ายภาพนี้คือ Devil’s Knuckles สถานที่: Jonathans Lodge, Qachas Nek, Sehlabathebe National Park, Lesotho
สุดยอด-11-ภาพถ่ายท่องเที่ยวยอดเยี่ยมจาก-national-geographic-2014
และสุดท้ายรางวัลขวัญใจผู้ชม: Among the Giants ผู้ถ่ายภาพนี้คือ James Eimmerman สถานที่: Sequoia National Forest, CA
สุดยอด-11-ภาพถ่ายท่องเที่ยวยอดเยี่ยมจาก-national-geographic-2014
บอกได้เลยว่าบ้างครั้งเราก็ไม่นึกว่าจะมีสถานที่สวยงามบนโลกใบนี้ได้มากถึงเพียงนี้ ยังมีอีกหลายสถานที่บนโลกที่เรายังไม่ได้เห็นความสวยงามของมัน ภาพถ่ายเหล่านี้นั้นจึงเหมือนหน้าต่างที่ช่วยให้เราได้เห็นโลกใหม่ๆ มากยิ่งขึ้นครับ

10 อันดับ เด็กเก่ง

10 อันดับ เด็กเก่ง

อย่างที่หลาย ๆ คนคิดกันคับว่าผู้ใหญ่จะเก่งกว่าเด็กฉลาดกว่าเด็ก แต่! มันก็ไม่ทั้งหมดเช่นพวกเค้า

อันดับ 10 Elaina Smith ผู้ให้คำปรึกษาปัญหาชีวิตอายุ 7 ขวบ




สถานีวิทยุท้องถิ่นได้เสนองานให้คำ ปรึกษาปัญหาชีวิตกับหนูน้อย Elaina เมื่อเธอโทร. เข้ามาให้คำแนะนำกับหญิงสาวคนหนึ่งที่โทร. มาปรึกษาสถานีเรื่องที่เธอถูกแฟนทิ้ง
คำแนะนำง่าย ๆ ของ เธอรับปรึกษาตั้งแต่ปัญหาเรื่องจะทิ้งแฟนอย่างไร จะทำยังไงเมื่อเลิกกับแฟน ไปจนกระทั่งปัญหากลิ่นตัวของพี่น้องในบ้าน
ครั้งหนึ่งได้มีคนฟังโทรศัพท์มาถาม Elaina ว่าทำยังไงเธอถึงจะได้แฟนของเธอกลับมา หนูน้อยบอกไปว่า ” ผู้ชายคนนั้นไม่มีค่าพอที่จะคร่ำครวญถึง
ชีวิตคนเรามันสั้นเกินกว่าจะไปเศร้าโศกถึงผู้ชายแค่คนเดียว”


อันดับ 9 Willie Mosconi เริ่มชีวิตนักบิลเลียดอาชีพเมื่ออายุเพียง 6 ขวบ 





William Joseph Mosconi หรือเจ้าของฉายา “Mr. Pocket Billiards” (pocket billiard = พูล) หนูน้อยจาก Philadelphia, Pennsylvania มีบิดาเป็นเจ้าของโต๊ะพูลแต่กลับไม่ยอมให้เขาเล่นพูล แต่ Willie ก็ไม่ยอมแพ้โดยเลี่ยงไปฝึกฝนด้วยหัวมันฝรั่งกับด้ามไม้กวาดเก่า ๆ ในครัวของแม่ ไม่นานนักพ่อของเขาก็ได้เห็นความเป็นอัจริยะ จึงได้จัดให้มีการแข่งขันท้าประลองเกิดขึ้น และ Willie ก็สามารถเอาชนะคู่แข่งที่มีอายุและประสบการณ์เหนือกว่าตนเองมากมายได้ ทั้ง ๆ ที่เขายัง ต้องยืนบนกล่องต่อขาเพื่อให้สูงถึงโต๊ะจนเล่นได้ก็ตาม
ใน ปี 1919 ได้มีการจัดการแข่งขันระหว่างหนูน้อย Willie วัย 6 ขวบและแชมป์โลกอย่าง Ralph Greenleaf แม้ Greenleaf จะเป็นผู้ชนะแต่ Willie ก็เล่นได้ดีมากและทำให้เขาก้าวเข้าสู่วงการบิลเลียดอาชีพตั้งแต่บัดนั้น และในปี 1924 Willie ก็ได้เป็นแชมป์ straight pool (พูล 15 ลูก) เยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี และมีงานเดินสายโชว์เทคนิคการเล่นอย่างสม่ำเสมอใน ช่วงปี 1941-1957 Willie ก็ได้ครองแชมป์ BCA (Billiard Congress of America) World Championship ถึง15 สมัย เป็นผู้ริเริ่มเทคนิคใหม่ ๆ ในการตีบิลเลียด สร้างสถิติมากมาย และยังช่วยทำให้กีฬาบิลเลียดกลายเป็นที่นิยมอีกด้วย ปัจจุบันเขาก็ยังเป็นเจ้าของสถิติสูงสุดในการตีลูกได้ติดต่อกัน ถึง 526 ลูกในการแข่งขัน Straight Pool


อันดับ 8 Fabiano Luigi Caruana แกรนมาสเตอร์หมากรุกอายุน้อยที่สุด 




Fabiano หนุ่มน้อยสองสัญชาติ (อเมริกัน-อิตาลี) ปัจจุบันอายุ 16 ปี เขาได้เป็นแกรนมาสเตอร์ตั้งแต่ปี 2007 ตอนนั้นเขามีอายุเพีย 14 ปี 11 เดือน 20 วัน ถือได้ว่าอายุน้อยที่สุดในประวัติศาตร์ของอิตาลีและอเมริกา และเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาสมาพันธ์หมากรุกโลก (World Chess Federation (FIDE)) ได้ประกาศว่า Fabiano นั้นมีอันดับโลกอยู่ที่ 2649 ทำให้ เขากลายเป็นนักหมากรุกที่มีอันดับสูงสุดสำหรับรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี

(ป.ล. ดูผ่านๆผมนึกว่าแฮรรี่ พอตเตอร์)


อันดับ 7 Michael Kevin Kearney: รับปริญญาใบแรกเมื่ออายุ 10 ขวบและกลายเป็นเศรษฐีจากการเล่นเรียลลิตี้โชว์

หนุ่มวัย 24 ผู้นี้เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นผู้ที่เรียนจบมหาวิทยาลัยที่อายุน้อยที่สุดใน โลก และเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเมื่ออายุเพียง 17
ในปี 2008 เขาชนะ้รางวัล 1 ล้านเหรียญสหรัฐจากการเล่นเกมโชว์ที่ชื่อว่า Who Wants to be a Millionaire? นอกจากนี้เขายังทำสถิติโลกไว้อีกหลายอย่าง
Kearney เริ่มพูดคำแรกเมื่ออายุ 4 เดือน เมื่ออายุได้ 6 เดือน เขาบอกกับกุมารแพทย์ของเขาว่า “ผมติดเชื้อที่หูซ้ายฮะ” อายุ 10 เดือนก็เริ่มเรียนเขียนอ่าน อายุ 4 ขวบ
ได้เข้าร่วมการทดสอบทางคณิตศาสตร์ของสถาบัน Johns Hopkins และได้คะแนนเต็ม เรียนจบไฮสคูลเมื่ออายุ 6 ขวบ และเข้าเรียนที่ Santa Rosa Junior College
จนจบปริญญาเมื่ออายุ 10 ขวบในปี 2006 ชื่อเสียงของเขาดังไปทั่วโลกเมื่อเขาเล่นเกมออนไลน์ Gold Rush จนชนะและได้รางวัล 1 ล้านเหรียญเป็นคนแรก


อันดับ 6 Saul Aaron Kripke: Harvard( มหาวิทยาลัยอันดับ1 ของโลก) เชิญให้ไปสมัครเป็นอาจารย์ขณะที่ยังเรียนไฮสคูล




Kripke เป็นลูกชายของพระแรบไบ เกิดที่นิวยอร์คและโตที่ Omaha รัฐ Nebraska เริ่มศึกษาพีชคณิตเมื่อตอนอยู่เกรด 4
และพอจบชั้นประถมก็เรียนรู้เรขาคณิตและแคลคิวลัสจนทะลุปรุโปร่ง และเริ่มหันไปให้ความสนใจกับปรัชญา Kripke
เขียนบทความหลายชิ้นทั้งในเรื่องของอรรถศาสตร์ (semantics) และตรรกวิทยาแบบ modal logic ในขณะที่มีอายุเพียง 16 ปี
และหนึ่งในผลงานด้านตรรกวิทยานั้นทำให้เขาได้รับจดหมายเชิญจากภาควิชา คณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด
เชิญชวนให้เขาไปสมัครเป็นอาจารย์ ซึ่งเขาก็ได้เขียนตอบปฎิเสธไปว่า “แม่ผมบอกว่าให้ผมเรียนให้จบไฮสคูลและมหาวิทยาลัยเสียก่อนดีกว่า”
และเมื่อเขาเรียนจบไฮสคูลเขาก็เลือกเรียนต่อที่ฮาร์วาร์ดKripke ได้รับรางวัล Shock Prize ซึ่งเป็นรางวัลทางด้านปรัชญาที่เทียบได้กับรางวัลโนเบล
ปัจจุบันเขาได้รับการยกย่องว่า เป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่


อันดับ 5 Aelita Andre : หนูน้อยที่มีผลงานภาพออกแสดงในแกลลอรี่มีชื่อเสียง ด้วยวัยเพียง 2 ขวบ




ศิลปินแนว Abstract อายุเพียง 2 ขวบผู้นี้ได้กลายเป็นบุคคลที่ชาวออสเตรเลียกล่าวถึงเป็นอันมาก เมื่อผลงานของเธอได้ออกแสดงใน Brunswick Street Gallery ใน Melbourne’s Fitzroy
Mark Jamieson ผู้อำนวยการของแกลลอรี่ดังกล่าวได้เห็นภาพที่ Nikka Kalashnikova นักถ่ายภาพคนหนึ่งที่มีงานแสดงในแกลลอรีนำมาให้ดูและเขาก็ชอบจนตกลงใจที่จะ จัดการแสดงภาพเหล่านั้น จนเมื่อได้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์งานในนิตยสารต่าง ๆ แล้ว เขาจึงได้ทราบว่าเจ้าของผลงาน คือลูกสาวของ Kalashnikova นั่นเอง และมีอายุเพียง 22 เดือน แม้ Jamieson รู้สึกอับอายไม่น้อย แต่ก็ตัดสินใจที่จะแสดงผลงานของหนูน้อยต่อไป

อันดับ 4 Cleopatra Stratan : นักร้องเด็กอายุเพียง 3 ขวบ มีรายได้ 1,000 ยูโรต่อเพลง (47,000-48,000 บาท)



Clepotra เกิดเมื่อ 6 ตุลาคม 2002 ที่เมืองคีชีเนา ประเทศมอลโดวา เป็นลูกสาวของนักร้องเชื้อสายมอลโดวา-โรมาเนีย เธอเป็นนักร้องอายุน้อยที่สุดที่ประสบความสำเร็จด้วยอัลบั้มในปี 2006 ของเธอที่ชื่อว่า”At the age of 3″ และยังเป็นเจ้าของสถิติศิลปินอายุน้อยที่สุดที่เปิดการแสดงสดตลอด 2 ชั่วโมงต่อหน้าผู้ชมจำนวนมาก เป็นศิลปินเด็กที่ค่าตัวสูงสุด เป็นศิลปินอายุน้อยที่สุดที่จะได้รับรางวัล MTV และเป็นศิลปินที่อายุน้อยที่สุดที่มีเพลงติดชาร์ตอันดับหนึ่งในประเทศโรมา เนีย




อันดับ 3 Akrit Jaswal : ศัลยแพทย์อายุ 7 ขวบ 



Akrit Jaswal เป็นชาวอินเดีย และได้รับการขนานนามว่า “เด็กผู้ชายที่ฉลาดที่สุดในโลก” เพราะมี IQ ถึง 146 และได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในเด็กที่อายุเท่า ๆ
กันในอินเดีย ประเทศที่มีประชากรนับพันล้านคน
Akrit กลายเป็นจุดสนใจของสาธารณะในปี 2000 เมื่อเขาได้ทำการรักษาคนไข้คนแรกที่บ้านของเขาเองเมื่อมีอายุเพียง 7 ขวบ คนไข้เป็นเด็กผู้หญิงอายุ 8 ขวบ มีฐานะยากจนไม่มีเงินพอที่จะไปหาหมอได้ มือของเธอถูกไฟลวกทำให้นิ้วมือกำแน่นติดกัน Akrit ในตอนนั้นยังไม่ได้เรียนแพทย์อย่างเป็นทางการและยังไม่มีประสบการณ์ในการผ่า ตัดใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เขาก็สามารถทำให้นิ้วมือของเด็กหญิงคลายออกมาได้และใช้มือได้เป็นปกติอีก ครั้ง ขณะนี้ Akrit กำลังเรียนปริญญาตรีวิทยาศาสตร์อยู่ที่ วิทยาลัย Chandigarh และเป็นนักศึกษาที่อายุน้อยที่สุดที่มหาวิทยาลัยอินเดียเคยรับเข้าเรียน

อันดับ 2 Gregory Smith: ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่ออายุ เพียง 12 ปี 



Gregory เกิดในปี 1990 อ่านหนังสือออกตั้งแต่อายุ 2 ขวบ และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 10 ขวบ ความเป็นอัจฉริยะของเขานั้นยังไม่ได้ครึ่งของเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนนี้ เมื่อเขาตัดสินใจออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อรณรงค์เรื่องสันติภาพและสิทธิ เด็ก

Gregory Smith เป็นผู้ก่อตั้ง International Youth Advocates ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้การสนับสนุนหลักการแห่งสันติภาพและความเข้าอกเข้าใจใน ระหว่างเยาวชนทั่วโลก เขาเคยได้พบกับผู้นำคนสำคัญอย่าง Bill Clinton และ Mikhail Gorbachev และยังเคยปฐกถาต่อหน้าที่ประชุม UN อีกด้วย
จากการทำงานด้านมนุษยธรรมนี้ ทำให้เขาได้ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึง 4 ครั้ง แต่ความสำเร็จครั้งล่าสุดที่เขาเพิ่งได้รับคือ…มีใบขับขี่เป็นของตัวเอง ได้ซะทีนั่นเอง


อันดับ 1 Kim Ung-Yong: เข้ามหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 4 ขวบ จบปริญญาเอกตอนอายุ 15 และมี IQ สูงที่สุดในโลก 



Kim Ung-Yong เกิดในปี 1962 และอาจจะถือได้ว่าเป็นมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ โดย Guinness Book of World Records ได้บันทึกว่าเขามี IQ สูงที่สุดในโลกคือสูงกว่า 210

คิมอ่านภาษาญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน และอังกฤษ ได้ตั้งแต่ 4 ขวบ ตอนวันเกิดครบ 5 ขวบ เขาก็สามารถแก้โจทย์แคลคิวลัส (differential and integral calculus) ที่ซับซ้อนได้ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้ไปออกรายการทีวีญี่ปุ่นแสดงสามารถทางภาษาจีน สเปน เวียดนาม ตากาลอก เยอรมัน อังกฤษ ญี่ปุ่น และเกาหลี

คิม เป็นนักเรียนรับเชิญในชั้นเรียนวิชาฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัย Hanyang ตั้งแต่อายุ 3 – 6 ขวบ พออายุ 7 ขวบ NASA ได้เชิญเขาไปอเมริกาและเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Colorado ในปี 1974 จนได้ Ph.D ด้านฟิสิกส์ ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมีอายุครบ 15 เสียอีก ระหว่างที่เรียนมหาวิทยาลัยเขาก็เริ่มทำงานวิจัยที่ NASA ด้วย และทำต่อมาตลอดจนกระทั่งเขากลับเกาหลีในปี 1978 และได้ตัดสินใจเปลี่ยนสาขาจากฟิสิกส์ไปเป็นวิศวกรรมโยธาและได้ศึกษาจนได้รับ ปริญญาเอกอีกเช่นกัน.